เจาะจุดเด่น Lbolt กับ Jbolt คล้ายกันแต่ต่างกันมากกว่าที่คิด

ในงานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นอาคาร โรงงาน หรือโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ การมีจุดที่สามารถยึดติดระหว่างฐานรากกับโครงสร้างที่อยู่ด้านบนถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ไม่อาจมองข้ามเลยก็ว่าได้ เพราะว่าจุดยึดเหล่านี้ จะมีหน้าที่ต้องคอยรองรับแรงต่าง ๆ ทั้งแรงดึง แรงอัด แรงเฉือน สำหรับการป้องกันไม่ให้โครงสร้างเกิดการสั่นคลอนหรือถล่มจากสภาพการใช้งานจริงนั่นเอง และเหล่าอุปกรณ์ที่จะคอยเข้ามาทำหน้าที่ยึดฐานรากได้อย่างมั่นคง และที่เรานิยมใช้งานกัน คือ Lbolt, Jbolt, Ibolt, Eyebolt และ Anchor bolt โดยโบลท์แต่ละแบบมีหน้าที่คล้ายกัน แต่กลับมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปอย่างเห็นได้ชัดเลย ดังนั้น เราจึงอยากจะเชิญชวนทุกท่านมาทำความรู้จักกับโบลท์ทั้ง 3 ประเภทที่ใช้กันบ่อย ๆ

Anchor bolt คืออะไร?

Anchor bolt หรือ ก็คือชื่อเรียกรวมของสลักที่ใช้ยึดโครงสร้างเข้ากับฐานราก โดยอาจจะมีความแตกต่างกันออกไป ในที่นี้อาจจะยกตัวอย่างได้ 2 รูปแบบได้แก่ Lbolt และ Jbolt ทั้งนี้ Anchor bolt เป็นชื่อเรียกที่ไม่ได้หมายถึงโบลท์ชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นชื่อทั่วไปของอุปกรณ์ที่ใช้ฝังลงในคอนกรีตเพื่อยึดวัตถุอื่น ๆ กับพื้นนั่นเอง โดยสำหรับเจ้าตัว Lbolt และ Jbolt นั้นสามารถถูกสร้างได้จากหลากหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล้าคาร์บอน เหล็กชุบสังกะสี และสเตนเลส สำหรับใช้ในงานภายนอกหรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น นอกจากนี้เองยังสามารถออกแบบขนาดของเกลียว ความยาว และระยะฝังให้เหมาะสมกับโครงสร้างที่ต้องการนำไปใช้งานด้วยนั่นเอง

ทำความรู้จักกับ Lbolt

Lbolt คือ โบลท์ที่เป็นสลักเกลียวที่ปลายด้านหนึ่งดัดงอเป็นรูปตัว L โดยขาตั้งฝั่งปลายงอจะทำหน้าที่ฝังแน่นอยู่ภายในคอนกรีตภายหลังจากเทเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เป็นปลายงอนี้เองจะทำหน้าที่คอยช่วยต้านแรงดึงที่กระทำจากด้านบนไม่ให้ Lbolt หลุดออกจากคอนกรีต ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญในงานที่ต้องรองรับแรงสูง พร้อมกันนี้ส่วนที่เป็นขาตั้งยาวจะถูกใช้ควบคู่กับแผ่นเพลท (Base plate) สำหรับการยึดโครงสร้างเช่น เสาเหล็ก เสาไฟ เครื่องจักร หรือโครงสร้างโลหะที่ต้องการความมั่นคงแข็งแรง ซึ่งนอกจาก Lbolt จะมีความแข็งแรงในด้านการต้านแรงดึงที่สูงแล้วนั้น Lbolt ยังสามารถปรับแต่งขนาด ความยาว และวัสดุให้เหมาะสมกับลักษณะของงานแต่ละประเภทได้อีกด้วย เช่น โรงงานหรือคลังสินค้าอาจเลือกใช้ Lbolt ขนาดใหญ่พิเศษที่มีความยาวถึง 1 เมตรเพื่อรับแรงได้มากขึ้น หรืออาจจะเลือกใช้ Lbolt ที่ทำมาจากวัสดุกันสนิมอย่างเหล็กชุบกัลวาไนซ์สำหรับการนำไปใช้งานกลางแจ้งหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างมากเลยทีเดียว ทำให้ Lbolt เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องรับแรงมากเช่น เสาเหล็ก ฐานเสาไฟ โครงสร้างอาคาร สะพาน ฯลฯ

ทำความรู้จักกับ Jbolt

Jbolt คือ สลักที่ดัดปลายให้โค้งคล้ายเบ็ดตกปลาหรือรูปตัว J โดยปลายโค้งนี้เองที่จะทำหน้าที่ฝังอยู่ภายในฐานรากหรือพื้นคอนกรีต และปลายตัว J จะคอยทำหน้าที่เกี่ยวกับเส้นเหล็กของฐานพื้นอีกทีหนึ่งผ่านการเชื่อมให้ติดเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้สามารถต้านแรงดึงออกจากฐานรากไม่ให้โครงสร้างที่ยึดอยู่หลุดออกมาได้โดยง่าย หลักการทำงานของ Jbolt จึงมีความคล้ายกันกับ Lbolt แต่แตกต่างกันในส่วนของรูปร่างที่ Jbolt จะสามารถทนต่อแรงเฉือนและแรงหมุนที่เกิดจากการสั่นสะเทือนได้ดีกว่าในบางกรณี นอกจากนี้เอง Jbolt ยังมีความแตกต่างกับ Lbolt ตรงที่ความเหมาะสมในการนำไปใช้งานเหมาะกับงานที่ไม่ต้องการโบลท์ที่ยาวมาก เพราะหัวงอตัว J จะช่วยเพิ่มแรงต้านได้ดีแม้จะถูกฝังอยู่ไม่ลึกมาก และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานติดตั้งระบบโครงเหล็กสำเร็จรูป หรือโครงเหล็กชั่วคราวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถผลิตได้ง่ายและรวดเร็ว จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานทั่วไปที่ไม่ต้องรับแรงดึงสูงมากนัก นิยมนำไปใช้งานกับตอม่อ เสาเข็ม และคานคอดิน

ระหว่าง Jbolt กับ Lbolt เลือกแบบไหนให้ตรงกันการใช้งาน

Jbolt กับ Lbolt ทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็นสลักเกลียวที่ได้รับการออกแบบมาให้มีรูปร่างที่สามารถช่วยให้เกิดการยึดติดที่แน่นหนาและปลอดภัยด้วยกันทั้งคู่ แต่หากต้องการที่จะแบ่งความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันเราสามารถแบ่งได้ ดังนี้

  • JBolt มักจะถูกนิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคารและการติดตั้งโครงสร้างเหล็ก เพราะปลายโค้งรูปตัว J สามารถช่วยให้มีความต้านทานแรงเฉือนและแรงบิดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังง่ายต่อการติดตั้ง เหมาะกับโครงสร้างเหล็กที่มีน้ำหนักเบาหรือโครงสร้างชั่วคราว
  • Lbolt เหมาะกับงานก่อสร้างที่ต้องการยึดติดกับพื้นที่แน่นหนาและมั่นคงเนื่องจาก Lbolt มีความสามารถในการรองรับน้ำหนักและแรงดึงได้เป็นอย่างดี และโดยเฉพาะการใช้งานโครงสร้างที่มีน้ำหนักมากหรือต้องรับแรงดึงแนวดิ่งจากฐานเช่น การยึดเสาเหล็กขนาดใหญ่ที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว

หากการเลือก Jbolt และ Lbolt ไม่ใช่เรื่องง่ายแก้ได้ด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

แม้คุณจะรู้จักความแตกต่างของ L-bolt และ J-bolt แล้ว แต่การเลือกใช้หน้างานจริงมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอีกมาก เช่น น้ำหนักโครงสร้าง หรือความลึกของฐานราก เพื่อให้งานติดตั้งมั่นคง ปลอดภัย และคุ้มค่าในระยะยาว การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค. เจ. เวียงทอง หรือ KJ โรงงานผลิตและจำหน่ายแบบเหล็กครบวงจร เรามีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมนี้ตั้งแต่ปี 2549 จึงเชี่ยวชาญทั้งการผลิตและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแบบหล่อคอนกรีตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น แบบเสา, แบบถนน, แบบคาน, แบบฟุตติ้ง, แบบแบริเออร์, หรือแบบเสาสะพาน

เรายังรับผลิต J-bolt, L-bolt, Anchor Bolt, Stud Bolt, Sag Rod และนอต สกรูทุกชนิดตามสเปกที่คุณต้องการ หากคุณมีแบบหรือสเปกงานอยู่แล้ว สามารถส่งมาให้เราประเมินราคาได้ฟรี เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านโบลท์โดยเฉพาะพร้อมให้คำแนะนำ เพื่อตอบทุกความต้องการของคุณ

การเลือกใช้งานของ Anchor Bolt ระหว่าง Lbolt กับ Jbolt ให้เหมาะสมกับลักษณะของโครงสร้างถือเป็นสิ่งสำคัญเลยทีเดียว เพราะจะเข้ามาช่วยเพิ่มทั้งความแข็งแรงและความปลอดภัยในงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าหากท่านยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้แบบไหน แนะนำว่าการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์โดยตรงจะช่วยให้เราได้รับคำตอบที่ถูกต้อง เลือกใช้งาน Lbolt กับ Jbolt ได้อย่างคุ้มค่า ใช้งานได้นาน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หจก. เค.เจ. เวียงทอง

LineID : @kj1615
Tel : 089-8977284, 086-3135913, 02-4901616, 02-4901733
Facebook : facebook.com/kj1615